ช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมาสถานการณ์ของตลาดเช่าคอนโดเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มคอนโด High Rise และ Low Rise บนทำเลใจกลางเมืองกรุงเทพฯ กำลังสะท้อนให้เห็นว่าโครงการที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดีนั้นมีโอกาสรักษาระดับความต้องการเช่าได้ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดที่อยู่บนทำเลคุณภาพ เติมเต็มความสะดวกทั้งการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับไลฟ์สไตล์ Pet-Friendly ตลอดจนการออกแบบที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิต (Well-Being Living)
ในบทความนี้ SCOPE ชวนวิเคราะห์การลงทุนคอนโดแบบ High Rise และ Low Rise พร้อมปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณา เพื่อให้สามารถเลือกสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนและสร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
Highlight
- รูปแบบการลงทุนสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การปล่อยเช่า การปล่อยขาย และการซื้อ-ขายใบจองคอนโดมิเนียม
- จุดเด่นของคอนโด High Rise คือทำเลใจกลางย่าน CBD ที่มีความสะดวกในการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จึงมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าและการเติบโตของมูลค่าระยะยาว
- คอนโด Low Rise ตอบโจทย์ผู้เช่าที่มองหาความเป็นส่วนตัวและคุณภาพชีวิต ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยกว่าและบรรยากาศการอยู่อาศัยที่สงบ ทำให้มีโอกาสสร้างมูลค่าในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)
- กลุ่ม High Net Worth ที่ให้ความสำคัญกับทำเลหายาก ความเป็นส่วนตัว มาตรฐานการออกแบบและบริการระดับเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว ยังคงเลือกคอนโดระดับ Ultra Luxury ทั้ง High Rise และ Low Rise เพื่ออยู่อาศัยและวางแผนป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนในอนาคต
3 รูปแบบการลงทุนสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาเลือกคอนโด High Rise หรือ Low Rise การทำความเข้าใจรูปแบบการลงทุนแต่ละประเภทถือเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ช่วยให้เห็นศักยภาพของสินทรัพย์ได้อย่างรอบด้าน และสามารถเลือกโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
1. การปล่อยเช่ารายเดือน (Rental Yield)
สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดลงทุนเพื่อมองหา Passive Income ในระยะยาว การปล่อยเช่าถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) ได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการถือครอง
หัวใจสำคัญของการลงทุนรูปแบบนี้คือการเลือกโครงการที่มีความต้องการเช่าสูง (High Rental Demand) โดยเฉพาะคอนโดบนทำเลศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เช่น ทองหล่อ พร้อมพงษ์ หรือทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS และ MRT ซึ่งมักได้รับความสนใจจากทั้งผู้เช่าชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
2. ปล่อยขายเพื่อรับกำไรส่วนต่าง (Capital Gain)
คอนโดมิเนียมยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนผ่านการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ สำหรับนักลงทุนนั้นการสร้าง Capital Gain ไม่ใช่เพียงแค่การขายในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้น ทั้งด้านทำเล การออกแบบ มาตรฐานการพัฒนาโครงการ และความสามารถในการรักษาความต้องการของตลาดในระยะยาว
3. ซื้อ-ขายใบจอง (Flipping)
รูปแบบการลงทุนนี้อาศัยจังหวะของตลาดและความสามารถในการประเมินศักยภาพของโครงการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงของผู้พัฒนา ทำเลที่ตั้ง หรือแนวคิดการออกแบบที่สะท้อนความต้องการของตลาดได้จริง โดยเป็นการลงทุนที่เน้นทำกำไรจากการขายต่อให้ผู้ซื้อ
จุดเด่นของคอนโด High Rise

นิยามของคอนโด High Rise คือประเภทคอนโดที่มีความสูงเกิน 23 เมตรหรือ 8 ชั้นขึ้นไป โดยมีจุดเด่นตั้งอยู่บนทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจ CBD ท่ามกลางวิวทิวทัศน์จากมุมสูงและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังตอบโจทย์เป็นคอนโดเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า การรักษามูลค่าของสินทรัพย์ และโอกาสในการเติบโตของราคาในระยะยาว
- ความหายากของทำเล (Location Scarcity) ตั้งอยู่บนที่ดินในย่าน Prime Location ของเมือง ความหายากของทำเลนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนมูลค่าของสินทรัพย์ในระยะยาว
- ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่าที่ต้องการอยู่อาศัยในใจกลางเมือง เดินทางสะดวก สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนเมืองรุ่นใหม่ที่มองหาไลฟ์สไตล์สะดวกสบายควบคู่กับคุณภาพชีวิต
- ยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยสร้างความแตกต่าง หนึ่งในจุดเด่นของโครงการ High Rise คือการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่พื้นที่พักผ่อน ฟิตเนสออกกำลังกาย รวมไปถึงพื้นที่พบปะสังสรรค์ องค์ประกอบเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย แต่ยังเพิ่มความน่าสนใจของโครงการในสายตาผู้เช่าและผู้ซื้อในอนาคต
- มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าในระยะยาว คอนโด High Rise ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สามารถตอบโจทย์การลงทุนได้ทั้งในมิติของรายได้จากลงทุนปล่อยเช่าคอนโดและการเติบโตของมูลค่าในอนาคต โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลที่มีความต้องการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นของคอนโด Low Rise
คอนโดเพื่อการลงทุนระดับ Low Rise ที่มีความสูงไม่เกิน 23 เมตรหรือ 8 ชั้น ยังคงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะในทำเลที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) ท่ามกลางจำนวนยูนิตน้อยและความเป็นส่วนตัวสูง
- มอบความเป็นส่วนตัว ตอบโจทย์กลุ่มผู้เช่าคุณภาพ ด้วยจำนวนยูนิตน้อยกว่าคอนโดระดับ High Rise จึงยกระดับบรรยากาศการอยู่อาศัยภายใต้ความสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุด
- ตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพ Neighborhood สูง คอนโดหลายแห่งถูกพัฒนาอยู่ภายในซอยพักอาศัยหรือย่านที่มีความสงบ ซึ่งมอบบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ใกล้เคียงบ้านแต่ยังคงเชื่อมต่อกับสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบขนส่งมวลชนได้อย่างสะดวก จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดผู้เช่าที่ต้องการสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการใช้ชีวิตในเมือง
- โอกาสสร้างมูลค่าในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวโน้มการอยู่อาศัยแบบ Low-Density Living ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสงบ และพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งทำให้คอนโดรูปแบบนี้สามารถสร้างความแตกต่างจากสินทรัพย์ในตลาดทั่วไปและมีโอกาสรักษาความต้องการเช่าได้อย่างต่อเนื่อง
- ราคาเริ่มต้นเข้าถึงได้ง่ายกว่าในบางทำเล คอนโด Low Rise ในหลายทำเลมักมีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่าโครงการ High Rise ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้สามารถบริหารต้นทุนในการลงทุนได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าและการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตได้เช่นกัน
ทำไมคอนโด High Rise และ Low Rise ถึงได้รับความสนใจจากกลุ่ม High Net Worth

เมื่อที่ดินในย่านสำคัญของกรุงเทพฯ กลายเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การมองหาคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยและลงทุนบนทำเลคุณภาพของกลุ่ม High Net Worth จึงหาได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามคอนโด High Rise และ Low Rise ระดับลักชัวรียังคงเป็นตัวเลือกสำคัญ ทั้งในฐานะที่อยู่อาศัยและสินทรัพย์ที่สามารถรักษาคุณค่าได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด
Branded Residences
หนึ่งสิ่งที่กลุ่ม High Net Worth ให้คุณค่ากับการอยู่อาศัยคือ โครงการที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับแบรนด์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เก่าแก่อย่าง Ligne Roset หรือดีไซเนอร์ระดับสากลอย่างคุณ Thomas Juul-Hansen ภายใต้มาตรฐานการบริการและการออกแบบที่เหนือระดับ สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของโครงการและสร้างความแตกต่างให้กับสินทรัพย์ในระยะยาว
ความเป็นส่วนตัวที่หาได้ยากในตลาด
เมื่อความเป็นส่วนตัวกลายเป็นสิ่งล้ำค่าบนทำเลที่หายากในกรุงเทพฯ คอนโด Low Rise ที่มีจำนวนยูนิตจำกัด หรือคอนโด High Rise ระดับ Ultra Luxury ที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้ชีวิตที่สงบและปลอดภัยได้อย่างลงตัว
แนวโน้มความต้องการของผู้ซื้อและผู้เช่าระดับบน
ปัจจุบันผู้ซื้อและผู้เช่ากลุ่ม High Net Worth ไม่ได้มองหาที่อยู่อาศัยเพียงเพื่อการพักอาศัย แต่ต้องการพื้นที่ที่สามารถสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ตั้งแต่คุณภาพของการออกแบบ การบริการ พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของเมือง ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งแนวโน้มที่กำลังมีบทบาทต่อการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยของผู้ซื้อและผู้เช่ากลุ่มนี้คือ The Pet-Humanization Trend ส่งผลให้โครงการที่พักอาศัยแบบ Pet-Friendly ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
แนะนำคอนโดเพื่อการลงทุนจากโครงการคุณภาพ SCOPE Promsri
SCOPE ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับ ภายใต้มาตรฐานการออกแบบที่คงความเป็นส่วนตัว พร้อมโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวสู่การเป็นคอนโดเพื่อการลงทุนที่ปลอดภัย (Safe Heaven) ผ่านโครงการ SCOPE Promsri
- คอนโดพร้อมพงษ์ Low-Rise สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 แยก 11 (ซอยพร้อมศรี) เชื่อมต่อศูนย์กลางย่านธุรกิจสำคัญอย่างพร้อมพงษ์ ทองหล่อ และอโศกได้อย่างสะดวก
- คอนโดอยู่ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ในระยะ 1.3 กม. มีจำนวน 146 ยูนิต ห้องขนาด 28 – 34.9 ตารางเมตร
- คัดสรรการออกแบบพื้นที่ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เก่าแก่จากฝรั่งเศสอย่าง Ligne Roset กับดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ผสาน Craftsmanship อย่างประณีต
- พื้นที่ส่วนกลางออกแบบภายใต้แนวคิด Well-Being Living มีสระว่ายน้ำระบบเกลือ fresh water ฟิตเนส ออนเซนและซาวน่าส่วนตัว และพื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง
- รองรับการอยู่อาศัยแบบ Pet-Friendly ตอบโจทย์ The Pet-Humanization Trend ที่กำลังเติบโตในกลุ่มผู้ซื้อและผู้เช่าระดับบน
- รายล้อมด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น The EM District: Emporium, EmQuartier และ Emsphere และ Community Malls ใกล้เคียงอย่าง The Commons, YARD 49 หรือ J-Avenue
- ใกล้สถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น The City School (ELC), The American School of Bangkok โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เป็นต้น
- สร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี โดยมีค่าเช่าสูงสุดที่ 39,500 บาทต่อเดือน สะท้อนถึงความต้องการอยู่อาศัยในย่านพร้อมพงษ์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สรุป : มากกว่าคอนโดเพื่อการลงทุน…คือคอนโดที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นคอนโด High Rise ที่โดดเด่นในทำเลหายาก มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าในระยะยาว หรือ คอนโด Low Rise ที่มอบความเป็นส่วนตัวและโอกาสสร้างมูลค่าในตลาดเฉพาะกลุ่ม มากกว่าการมองหาคอนโดเพื่อการลงทุน คือ การเลือกสินทรัพย์ที่สามารถตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่าในปัจจุบันและสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว
SCOPE Collection พัฒนาโครงการบนทำเลใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยผ่านมาตรฐานการออกแบบระดับสากล สอดแทรกความเป็นส่วนตัวและคุณภาพในทุกองค์ประกอบของโครงการ เพื่อสร้างสินทรัพย์ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการถือครองคุณค่าในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
