การลงทุนในคอนโดมิเนียมไม่ได้สิ้นสุดลงที่การได้เป็นเจ้าของพื้นที่บนทำเลที่หาได้ยาก หากแต่เป็นการเลือกสินทรัพย์ที่สามารถสร้างคุณค่าและมอบผลตอบแทนกลับคืนมาได้ในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองคอนโดในฐานะทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณา Yield หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนที่สนใจซื้อคอนโดปล่อยเช่าสามารถประเมิน Rental Income เบื้องต้นร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ทั้งด้านทำเลและกลุ่มผู้เช่า เพื่อเลือก Asset และรูปแบบการลงทุนที่ตอบโจทย์มากที่สุด
SCOPE จึงรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ Yield ทั้งวิธีคำนวณ และแนวทางการลงทุนปล่อยเช่าคอนโดให้ได้กำไร เพื่อช่วยให้นักลงทุนมองเห็นสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและวางแผนการลงทุนได้อย่างรอบด้าน
Highlight
- การพิจารณาตัวเลขของ Yield ควรมองควบคู่กับคุณค่าของ Asset โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมหรู ที่ไม่เพียงคำนึงถึงรายได้จากค่าเช่า แต่ต้องพิจารณาร่วมกับความหายากของทำเล คุณภาพการอยู่อาศัย และโอกาสด้าน Capital Gain ในระยะยาว
- การคำนวณ Yield มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ Gross Rental Yield ที่คำนวณจากรายได้ค่าเช่าก่อนหักค่าใช้จ่าย Net Rental Yield ที่คำนวณจากรายได้ค่าเช่าร่วมกับค่าใช้จ่ายเพื่อหาผลตอบแทนสุทธิ และ Cash on Cash Rental Yield ที่พิจารณาจากกระแสเงินสดเมื่อเทียบกับเงินทุนที่ใช้ลงทุนจริง
- เทคนิควางแผนซื้อคอนโดปล่อยเช่าเพื่อให้ได้กำไรควรพิจารณาให้รอบด้าน ตั้งแต่การเลือกทำเลที่สะท้อน Real Demand มีมูลค่าในการปล่อยเช่าหรือขายต่อสูง รูปแบบห้องพักตรงกับกลุ่มผู้เช่าที่สนใจ รวมถึงคุณภาพและมาตรฐานของโครงการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและโอกาสสร้างผลตอบแทน
ทำความรู้จัก Yield ตัวแปรสำคัญของการลงทุนคอนโดมิเนียม
Yield หรือ Rental Yield คือ ตัวเลขที่ช่วยสะท้อนคุณค่าของอสังหาริมทรัพย์ในการสร้างผลตอบแทนเมื่อเทียบกับมูลค่าของทรัพย์สินที่ลงทุนไป ซึ่งการลงทุนปล่อยเช่าคอนโดจำเป็นต้องใช้ Yield เพื่อใช้ประเมิน Rental Income เบื้องต้น นอกเหนือจากมูลค่าของ Asset โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมกลุ่ม Luxury ที่คุณค่าของ Asset ไม่ได้สะท้อนแค่รายได้จากการเช่า แต่ยังเชื่อมโยงกับความหายากของทำเล คุณภาพของการอยู่อาศัย และโอกาสในการสร้าง Capital Gain ในอนาคต
วิธีคิด Yield เพื่อประเมินก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดปล่อยเช่า

การคำนวณ Yield มีเพื่อใช้ประเมินความคุ้มค่าและตั้งราคาสำหรับนักลงทุนที่วางแผนซื้อคอนโดปล่อยเช่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่สามารถแบ่งตามประเภทของผลตอบแทนจากการลงทุนตลอดปีด้วยกัน 3 ประเภท ดังนี้
Gross Rental Yield
Gross Rental Yield คือ อัตราผลตอบแทนเบื้องต้นจากค่าเช่า โดยไม่มีการนำต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ มาร่วมพิจารณาด้วย เหมาะสำหรับใช้ประเมินเบื้องต้นและเปรียบเทียบกับอสังหาริมทรัพย์โครงการอื่น ๆ ที่สนใจในทำเลใกล้เคียง
- สูตรคำนวณ : (ค่าเช่าคอนโดที่คาดว่าจะได้รับตลอดปี ÷ ราคาคอนโดที่ซื้อ) x 100
- ตัวอย่างคำนวณ : คอนโดที่ซื้อราคา 6.5 ล้านบาท คาดว่าจะปล่อยเช่าได้เดือนละ 33,000 บาท หรือ ปีละ 396,000 บาท
Gross Rental Yield = (396,000 ÷ 6,500,000) × 100
อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย = 6.1% ต่อปี
Net Rental Yield
Net Rental Yield คือ อัตราผลตอบแทนสุทธิ โดยนำเอาค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่าและการถือครองต่าง ๆ เช่น ค่าพื้นที่ส่วนกลาง ค่าประกัน ค่าบำรุงรักษาและการซ่อมแซม มาร่วมประเมินอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เพื่อให้ได้รายได้สุทธิจริงที่คาดว่าจะได้รับตลอดปี
- สูตรคำนวณ : [(ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดปี - ค่าใช้จ่ายตลอดปี) ÷ ราคาคอนโดที่ซื้อ] x 100
- ตัวอย่างคำนวณ : คอนโดที่ซื้อราคา 6.5 ล้านบาท คาดว่าจะปล่อยเช่าได้เดือนละ 33,000 บาท หรือ ปีละ 396,000 บาท ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีอยู่ที่ 50,000 บาท
Net Rental Yield = (396,000-50,000) ÷ 6,500,000 × 100
อัตราผลแทนเฉลี่ย = 5.3% ต่อปี
Cash on Cash Rental Yield
Cash on Cash Rental Yield คือ การวัดผลตอบแทนจากกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนใช้ไปจริงหลังจากซื้อสินทรัพย์ เช่น เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าตกแต่งห้อง ซึ่งเหมาะกับการประเมินสำหรับนักลงทุนที่ขอสินเชื่อจากธนาคารมาเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์และต้องการตรวจสอบว่าเงินเย็นที่ใช้ลงทุนไปจะได้รับอัตราผลตอบแทนกลับมาเท่าไร
- สูตรคำนวณ : [(ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดปี - ค่าใช้จ่ายตลอดปี - เงินผ่อนสินเชื่อตลอดปี) ÷ เงินที่ลงทุนไปแล้ว] x 100
- ตัวอย่างคำนวณ : คอนโดที่ซื้อราคา 6.5 ล้านบาท คาดว่าจะปล่อยเช่าได้เดือนละ 33,000 บาท หรือ ปีละ 396,000 บาท ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีอยู่ที่ 50,000 บาท โดยต้องผ่อนสินเชื่อกับธนาคารเดือนละ 25,000 บาท และใช้เงินลงทุน 1,500,000 บาท
Cash on Cash Rental Yield = [(396,000 − 50,000 − 300,000) ÷ 1,500,000] x 100
อัตราผลแทนเฉลี่ย = 3.1 % ต่อปี
4 เทคนิควางแผนซื้อคอนโดให้ได้กำไรจากการลงทุนปล่อยเช่าจริง

การทำความเข้าใจ Yield และวิธีการคำนวณเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการประเมินว่าคอนโดที่ต้องการลงทุนนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากหรือน้อย แต่การวางแผนเลือกซื้อคอนโดปล่อยเช่าให้รอบด้านยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสการสร้างกำไรและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
SCOPE จึงขอแนะนำเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนประเมินความพร้อมและพิจารณาเลือกซื้อคอนโดปล่อยเช่าได้อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน
1. ทำเลที่ตรงกับ Real Demand
นักลงทุนควรเลือกทำเลที่มีความต้องการอยู่อาศัยของกลุ่มผู้เช่าจริง โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งอยู่ Prime Location รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้กับแหล่งสิ่งอำนวยความสะดวก โรงเรียน โรงพยาบาล รวมไปถึงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น ทำเลคอนโดใกล้ BTS สายสุขุมวิท เพราะทำเลเหล่านี้มีอัตราความต้องการเช่าที่แน่นอนและหมุนเวียนตลอดปี รวมถึงมีมูลค่าการขายต่อค่อนข้างสูง
2. ห้องพักที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้เช่าและตลาด
แม้อยู่ในทำเลเดียวกัน แต่ห้องพักแต่ละยูนิตอาจมีศักยภาพในการปล่อยเช่าแตกต่างกัน ตามขนาดห้อง พื้นที่ใช้สอย ทิศห้อง วิวบรรยากาศ และ Facilities ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มผู้เช่า โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดระดับ Luxury ที่ตั้งอยู่บนทำเลที่หาได้ยากและมีความพิถีพิถันในการออกแบบห้องพักที่ยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย มีความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างจากยูนิตอื่นในทำเลเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนตัดสินใจลงทุนคอนโดจึงควรเปรียบเทียบรูปแบบห้องและระดับค่าเช่าของยูนิตที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อประเมินว่าห้องที่เลือกสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้เช่าและตลาดหรือไม่
3. กลุ่มผู้เช่า
กลุ่มผู้เช่าเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ใช้พิจารณาในการเลือกทำเลและรูปแบบการตกแต่งห้องเพื่อดึงดูดผู้เช่าที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มผู้เช่ากำลังซื้อสูงอย่าง นักลงทุน Expats ผู้บริหารระดับสูง มักเป็นกลุ่มคอนโด Ultra Luxury ที่ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองและรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ครบครันโดยเฉพาะย่านสุขุมวิท ทองหล่อ ขณะเดียวกันดีไซน์การออกแบบของห้องควรสอดรับกับการใช้ชีวิต มีความประณีตในการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าจากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เติมเต็มทุกมิติให้สมบูรณ์แบบ
4. ชื่อเสียงและมาตรฐานของโครงการ
ชื่อเสียงของโครงการเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สะท้อนมาตรฐานการอยู่อาศัยและการบริหารจัดการอาคารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถดึงดูดทั้งกลุ่มผู้ซื้อและผู้เช่าระดับสูง โดยเฉพาะโครงการที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการออกแบบ พื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ตลอดจนการบริการที่ใส่ใจผู้อยู่อาศัย ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยให้แตกต่างจากคอนโดทั่ว ๆ ไป รวมไปถึงรักษามูลค่าของทรัพย์สินในตลาดเมื่อตัดสินใจปล่อยเช่าหรือขายต่อ
บทสรุป: ลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่าผ่านโครงการคุณภาพ SCOPE Collection
ค้นพบที่สุดของคอนโดมิเนียม Luxury ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและคุณค่าของการลงทุน ผ่าน 3 โครงการคุณภาพของ SCOPE Collection บนทำเลใจกลางกรุงเทพมหานครทั้ง 3 แห่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมการออกแบบและบริการที่พิถีพิถัน รองรับทั้งการอยู่อาศัยและการซื้อคอนโดปล่อยเช่าเพื่อสร้าง Rental Income ในระยะยาว
- SCOPE Thonglor คอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury บนทำเลติด BTS ทองหล่อในระยะ 0 เมตร เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก พร้อมความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยการเป็น All-Penthouse residence เพียง 18 ยูนิต ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 200 ล้านบาท
- SCOPE Langsuan คอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury บนทำเลหลังสวนที่หาได้ยากในการเป็นเจ้าของ รูปแบบ Freehold ซึ่งรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์พรีเมียมและพื้นที่สีเขียว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 133 ยูนิต ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 48 ล้านบาท
- SCOPE Promsri คอนโดมิเนียม Low Rise ระดับ Luxury ตั้งอยู่บนสุขุมวิท 49/11 หรือซอยพร้อมศรี 1 ที่เชื่อมต่อระหว่างพร้อมพงษ์และทองหล่อ พร้อมการออกแบบและเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมที่สะท้อนมาตรฐานการอยู่อาศัยของ SCOPE Collection ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6.49 ล้านบาท
SCOPE Promsri หนึ่งในโครงการที่เหมาะแก่การสร้าง Passive Income โดยมีอัตราการปล่อยเช่าสูงถึง 1,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งในปี 2026 มีอัตราการขายไปมากกว่า 85% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด และเป็นนักลงทุนซื้อปล่อยเช่ากว่า 70% ของจำนวนยูนิตที่ขายไป ซึ่งทางโครงการมีข้อเสนอสุดพิเศษในการเป็นเจ้าของห้องประเภท 1 Bedroom ตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ ซึ่งจำกัดเพียง 5 ยูนิตเท่านั้น พร้อมโปรโมชั่นแห่งปี ผ่อน 0% เริ่มต้น 13,000 บาทต่อเดือน นาน 2 ปี* เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 27 ตุลาคม 2569
สามารถรับข้อมูลโครงการเพิ่มเติมและติดต่อเพื่อนัดหมายชมโครงการได้ที่ :
- https://www.scopecollection.com/residences/scope-promsri/
- IG : scopecollection
- Facebook : scopecollection
- หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 02 028 9788
*เงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชั่นเป็นไปตามที่ธนาคารและ/หรือบริษัทกำหนด อัตราดอกเบี้ย ยอดผ่อนชำระ และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสินเชื่อและคุณสมบัติของผู้ซื้อแต่ละราย ทั้งนี้ ข้อมูลศักยภาพค่าเช่าที่ระบุเป็นเพียงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาเท่านั้น มิใช่รับประกันรายได้หรือผลตอบแทนจากการลงทุน
*ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงที่ไม่แน่นอน ควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดรอบด้านเสมอ ก่อนตัดสินใจลงทุน
