Skip to main content

March 20th, 2026

6 กฎหมายใหม่ต้องรู้ สำหรับคนอยู่คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ในกรุงเทพฯ 2569

ผู้หญิงนอนเล่นที่โซฟากับสุนัขในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้

ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ประกาศกฎหมาย “ควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์” ทำให้การใช้ชีวิตของผู้คนในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้หรือบ้านพักในเขตกรุงเทพฯ มีกรอบที่ชัดเจนขึ้น เพื่อยกระดับการอยู่อาศัยในสังคมที่มีคุณภาพและความรับผิดชอบร่วมกัน


บทความนี้ SCOPE จึงชวนมาทำความเข้าใจ 6 ประเด็นสำคัญในกฎหมายใหม่ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงและผู้ที่กำลังจะย้ายเข้าอยู่ คอนโด Pet friendly ต้องรู้



กฎหมายควบคุมสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ คืออะไร ?


ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง “การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567” คือ กฎหมายควบคุมการเลี้ยงและจัดการปัญหาสัตว์จรจัด รวมถึงป้องกันโรค (บังคับใช้เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2569) โดยจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามพื้นที่อยู่อาศัย และกำหนดให้เจ้าของสัตว์ต้องจดทะเบียนและฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีใจความสำคัญ 6 ข้อ คือ



1. สัตว์ประเภทไหนบ้างที่ต้องควบคุมในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้?

ในข้อบัญญัติใหม่ได้ระบุว่า กรุงเทพมหานคร คือพื้นที่ควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์หลายประเภท ซึ่งครอบคลุมถึงสัตว์ที่มักจะเลี้ยงกันในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ดังนี้


  1. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม : สุนัข แมว และสัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ
  2. สัตว์มีปีก : นกประเภทต่าง ๆ
  3. สัตว์ประเภทอื่น ๆ : สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์มีพิษหรือสัตว์ดุร้าย



2. กฎหมายใหม่ให้เลี้ยงสัตว์ในคอนโดหรือบ้านได้กี่ตัว ?


กฎหมายใหม่มีการกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ ดังนี้

  1. คอนโด/ห้องเช่า ตั้งแต่ 20 - 80 ตร.ม. เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว
  2. คอนโด/ห้องเช่า 80 ตร.ม. ขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว
  3. บ้านที่มีที่ดิน ไม่เกิน 20 ตร.ว. เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว
  4. บ้านที่มีที่ดิน ตั้งแต่ 20 - 50 ตร.ว. เลี้ยงได้ไม่เกิน 3 ตัว
  5. บ้านที่มีที่ดิน ตั้งแต่ 50 - 100 ตร.ว. เลี้ยงได้ไม่เกิน 4 ตัว
  6. บ้านที่มีที่ดิน ตั้งแต่ 100 ตร.ว. เลี้ยงได้สูงสุด 6 ตัว



3. การลงทะเบียนและฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยงจำเป็นไหม ?


คำตอบคือ “จำเป็นอย่างยิ่ง” เจ้าของต้องจดทะเบียนและฝังไมโครชิปให้สุนัขและแมวในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้และบ้านพัก (ภายใน 120 วันหลังเกิดหรือภายใน 30 วันหากนำมาเลี้ยงในพื้นที่ กทม.)

  1. เป็นการยืนยันตัวตน : เพื่อบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงอยู่ในการดูแลที่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนเจ้าของ/ที่อยู่ หรือเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจเมื่ออยู่ภายนอก
  2. ช่วยระบุตัวตนเมื่อสูญหาย : ช่วยให้เจ้าหน้าที่สแกนข้อมูลไมโครชิปเพื่อส่งคืนเจ้าของได้ทันที
  3. ช่วยควบคุมและป้องกันโรคระบาด : ข้อมูลส่วนตัวและประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ช่วยให้ภาครัฐควบคุมการแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนได้
  4. ลดปัญหาความขัดแย้ง : ควบคุมจำนวนสัตว์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่แออัดและช่วยระบุตัวในกรณีทำร้ายหรือสร้างความรำคาญผู้อื่น


โดยการลงทะเบียนจะต้องมีเอกสารดำเนินการ ดังนี้

  1. บัตรประชาชนเจ้าของ
  2. ทะเบียนบ้านที่เลี้ยงสัตว์
  3. หนังสือรับรองฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า
  4. หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า (กรณีเป็นผู้เช่า)



4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำสัตว์เลี้ยงไปภายนอกบ้าน



ผู้ที่เลี้ยงสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ที่อยู่คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ มีข้อกำหนดเมื่อพาสัตว์เลี้ยงออกไปยังพื้นที่สาธารณะ ดังนี้

  1. อุปกรณ์ควบคุมตลอดเวลา : สายจูง กระเป๋า หรือกรงที่ขนาดเหมาะสม (กรณีเป็นสุนัขควบคุมพิเศษ ต้องใช้อุปกรณ์ครอบปากและจับสายจูงห่างไม่เกิน 15 ซม. ตลอดเวลา)
  2. ต้องพร้อมเก็บมูลสัตว์เลี้ยง : เจ้าของต้องพร้อมทำความสะอาดและเก็บสิ่งปฏิกูลทันทีเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
  3. ต้องพกบัตรประจำตัว : เมื่อมีการเรียกตรวจในที่สาธารณะ เจ้าของต้องพร้อมแสดงบัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยงทันที



5. การแจ้งเหตุเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง


ข้อบัญญัติใหม่ได้ระบุกรอบเวลาในการแจ้งเหตุ รองรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

  1. กรณีสัตว์เลี้ยงสูญหาย : แจ้งภายใน 3 วัน
  2. กรณีย้ายที่อยู่ / บัตรประจำตัวหาย / สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต : แจ้งภายใน 30 วัน
  3. กรณีสัตว์เลี้ยงทำร้ายคน : แจ้งภายใน 3 วัน เพื่ออัปเดตข้อมูลบนบัตรประจำตัวและเฝ้าระวังพฤติกรรม รวมถึงตักเตือนให้เจ้าของดูแลสัตว์เลี้ยงใกล้ชิดยิ่งขึ้น



6. คนที่เลี้ยงสัตว์เกินจำนวนในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ต้องทำอย่างไร?


สำหรับผู้ที่มีจำนวนสัตว์เลี้ยงเกินเกณฑ์ก่อนวันที่ข้อบัญญัติใหม่จะมีผลบังคับใช้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องแจ้งต่อสำนักงานเขตหรือติดต่อช่องทางออนไลน์ภายใน 90 วันจากกฎหมายเริ่มใช้ หรือภายในวันที่ 9 เมษายน 2569



สถานที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งเหตุเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง


เจ้าของสัตว์ที่อยู่คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้หรือบ้านพักในกรุงเทพฯ เมื่อถึงเวลาพาสัตว์เลี้ยงไปฝังไมโครชิป ทำบัตรประจำตัว หรือแจ้งเหตุการณ์ต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้ที่

  1. สำนักงานเขตทุกพื้นที่ใน กทม. : ติดต่อที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลได้ทุกสำนักงานเขต (ควรโทรจองคิวล่วงหน้า 1-2 วัน)
  2. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 8 แห่ง/โรงพยาบาลสัตว์เอกชน : สำหรับฝังไมโครชิปและลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง (ควรโทรจองคิวล่วงหน้า 1-2 วัน)
  3. ช่องทาง Online : สามารถแจ้งเหตุหรือจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ สสธ.



สรุป : เมื่อใช้ชีวิตในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ในกรุงเทพฯ การเข้าใจและทำตามกฎการอยู่ร่วมกัน ถือเป็นจุดสำคัญของสังคมคุณภาพ "ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ ปี 2569" ถูกออกแบบมาให้ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกชีวิต

FAQ

Q : ไมโครชิปและการขึ้นทะเบียน จำเป็นต้องทำทุกตัวหรือไม่ ?

Q : ถ้าไม่ลงทะเบียนจะโดนปรับอะไรบ้าง ?

Q : ใครสามารถพาสัตว์เลี้ยงออกไปข้างนอกได้บ้าง?