จากการเติบโตของเทรนด์ Pet Humanisations อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี 2026 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้กลายเป็นอีกหนึ่งข้อเช็กลิสต์ของคนเมืองยุคใหม่ที่กำลังพิจารณาเช่าหรือซื้อคอนโด ส่งผลให้การลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่ารูปแบบนี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกำไรจากการปล่อยเช่าหรือกำไรจากการขายต่อบนทำเลคุณภาพในอนาคต
หนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่าเลี้ยงสัตว์นั่นคือ ค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มเติมที่จำเป็นต้องประเมินร่วมกับการวางแผนปล่อยเช่า โดยบทความนี้ SCOPE ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญ พร้อมคำแนะนำในการเลือกซื้อคอนโดปล่อยเช่าให้ได้ผลตอบแทนระยะยาว
Highlight
- เทรนด์ Pet Humanisation ยังคงเพิ่มโอกาสลงทุนคอนโดปล่อยเช่าเลี้ยงสัตว์ในปี 2026 จากความต้องการของ Pet Parents ที่มองหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ Pet Lifestyle และจำนวนโครงการ Pet-Friendly ที่มีอยู่อย่างจำกัด
- นอกเหนือจากราคาซื้อและค่าใช้จ่ายในการถือครอง ผู้สนใจลงทุนควรศึกษาค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมสัตว์เลี้ยง (Pet Fee) และค่าประกันความเสียหาย (Pet Deposit)
- ทำเลที่รายล้อมด้วย Pet-Friendly Community สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง และการเป็น Low Density Residence เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ตอบโจทย์กลุ่ม Pet Parents ในระยะยาว
- ศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดและระเบียบของโครงการก่อนตัดสินใจปล่อยเช่า เช่น จำนวนสัตว์ที่อนุญาตให้เลี้ยง การจดทะเบียนและฝังไมโครชิป รวมถึงแนวปฏิบัติในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้การปล่อยเช่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ป้องกันการเสียสิทธิหรือผลประโยชน์ทางกฎหมายในอนาคต
ลงทุนปล่อยเช่าคอนโดเลี้ยงสัตว์มีข้อดีอย่างไร?
เทรนด์การเลี้ยงสัตว์กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ส่งผลให้คอนโดสัตว์เลี้ยงได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนทำเลคุณภาพที่รายล้อมด้วยสวนสาธารณะ โรงพยาบาลสัตว์ และ Community ที่เต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ Pet Parents และด้วยจำนวนโครงการที่รองรับ Pet-Friendly ใจกลางเมืองยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ข้อดีของการซื้อคอนโดปล่อยเช่ารูปแบบนี้จึงช่วยดึงดูดผู้เช่าที่มีกำลังซื้อสูง มีโอกาสสร้างผลตอบแทนและต่อยอดมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จำเป็นต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ทั้งการเลือกโครงการที่ออกแบบรองรับ Pet Lifestyle การคัดเลือกผู้เช่าที่มีความรับผิดชอบ รวมถึงประเมินค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มเติมตามที่โครงการกำหนด
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ผู้สนใจลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่าเลี้ยงสัตว์ควรรู้

โดยทั่วไปแล้ว การเช่าคอนโด Pet-friendly มักมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่แตกต่างจากการเช่าคอนโดทั่วไป เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงหรือค่าประกันความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนกลางหรือภายในที่พัก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ค่าใช้จ่ายหลักด้วยกันดังนี้
1. ค่าธรรมเนียมสัตว์เลี้ยง (Pet Fee)
คอนโดในบางโครงการอาจมีข้อกำหนดเรียกเก็บค่าธรรมเนียม Pet Fee สำหรับการลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงหรือการใช้พื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น Dog Yard, Pet Care เพื่อนำมาบำรุงรักษาส่วนกลางและการดูแลทำความสะอาดพื้นที่ส่วนต่าง ๆ โดยเป็นการชำระค่าใช้จ่ายแบบ Non-refundable ทั้งแบบรายเดือนหรือรายปี ขึ้นอยู่กับรูปแบบสัญญา
2. ค่าประกันความเสียหายสัตว์เลี้ยง (Pet Deposit)
หากตัดสินใจซื้อคอนโดปล่อยเช่าเลี้ยงสัตว์ได้ โครงการบางแห่งหรือนักลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่าอาจเรียกเก็บค่าประกันความเสียหายจากสัตว์เลี้ยง (Pet Deposit) เพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นหลักประกันในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อห้องพักหรือทรัพย์สินส่วนกลาง เช่น รอยขีดข่วนบนพื้น ผนัง ประตู หรือเฟอร์นิเจอร์ หากไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นหรือสิ้นสุดสัญญาเช่า เงินดังกล่าวจะได้รับคืนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งโดยส่วนใหญ่ค่าประกันความเสียหายจะเก็บตามจำนวนสัตว์เลี้ยง
คอนโดเลี้ยงสัตว์กับโอกาสการลงทุนที่เติบโตไปพร้อมไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

การซื้อคอนโดปล่อยเช่าเลี้ยงสัตว์ไม่ควรพิจารณาเพียงสิทธิ์ในการเลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่เท่านั้น แต่ควรมองถึงศักยภาพของโครงการในการรองรับการอยู่อาศัยระหว่างผู้เช่าและสัตว์เลี้ยงได้ในระยะยาว ครอบคลุมทั้งด้านทำเล การออกแบบที่คำนึงถึงคุณภาพการอยู่อาศัย ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ตอบโจทย์กลุ่ม Pet Parents
ทำเลที่มี Community สำหรับสัตว์เลี้ยง
ทำเลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อศักยภาพของคอนโดปล่อยเช่า โดยเฉพาะทำเลที่รายล้อมด้วย Pet Friendly Community เช่น สวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว โรงพยาบาลสัตว์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ เป็นต้น สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตของ Pet Parents ได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังเพิ่มความน่าสนใจให้โครงการและช่วยดึงดูดผู้เช่าที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง
สิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการเลี้ยงสัตว์
โครงการที่ถูกออกแบบขึ้นมาโดยคำนึงถึงสุขภาวะและความสุขของสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของย่อมมีโอกาสดึงดูดกลุ่มผู้อยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Dog Yard สำหรับพาสัตว์เลี้ยงเดินเล่นชมบรรยกาศ Pet Care Room ที่ครอบคลุมบริการอาบน้ำ ตัดขนสัตว์ และรับฝากเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงการใส่ใจคัดเลือกวัสดุตกแต่งที่ดูแลรักษาง่าย ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง สร้างความแตกต่างให้โครงการในตลาดอสังหาริมทรัพย์
Low-Density Residence ยกระดับคุณภาพชีวิต
Low-Density Residence ย่อมมาพร้อมกับบรรยากาศการอยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัวและสงบ ช่วยลดความแออัดของพื้นที่ส่วนกลางและเพิ่มความสะดวกในการใช้ Facilities ร่วมกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กลุ่มผู้เช่า Pet Parents ระดับ Luxury ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้โครงการประเภทนี้มีศักยภาพในการดึงดูดผู้เช่าคุณภาพ และช่วยรักษามูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว เนื่องจากสะท้อนคุณค่าของความหายาก (Scarcity Value) ทำให้มีความต้องการเช่าสูง
กฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องมือใหม่ควรรู้
หากยังไม่แน่ใจว่าก่อนปล่อยเช่าคอนโดต้องเตรียมอะไรบ้าง? SCOPE ขอแนะนำการเตรียมตัวเกี่ยวกับกฎหมายปล่อยเช่าคอนโดที่เจ้าของห้องมือใหม่ควรทราบ เพื่อการตรวจสอบผู้เช่าและสัตว์เลี้ยง ตลอดจนป้องกันโอกาสเสียผลประโยชน์ทางกฎหมาย
- คอนโดมิเนียมขนาด 20-80 ตร.ม. สามารถเลี้ยงสัตว์ได้เพียง 1 ตัว สำหรับห้องขนาด 80 ตร.ม. ขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว
- เจ้าของสัตว์ต้องจดทะเบียน ออกบัตรประจำตัวสัตว์ และฝังไมโครชิปภายใน 120 วันหลังสัตว์เกิด หรือภายใน 30 วันหลังรับสัตว์มาเลี้ยง
- การพาสัตว์เลี้ยงเข้า-ออกที่พักจำเป็นต้องใช้สายจูงหรือให้สัตวเลี้ยงอยู่ในกระเป๋า กรง หรือรถเข็นให้เรียบร้อย
- กลุ่มสัตว์ที่สามารถเลี้ยงในคอนโดได้ ได้แก่ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว กลุ่มสัตว์ปีก กลุ่มสัตว์น้ำ กลุ่มสัตว์พันธุ์เล็ก เช่น แฮมสเตอร์ กระต่าย เป็นต้น
แม้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครจะกำหนดหลักเกณฑ์การเลี้ยงสัตว์ แต่เนื่องจากแต่ละโครงการมีข้อกำหนดรายละเอียดที่แตกต่างกัน เช่น ประเภท ขนาด จำนวนสัตว์เลี้ยง หรือการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ดังนั้น แนะนำให้เจ้าของห้องตรวจสอบข้อบังคับของนิติบุคคลควบคู่กันก่อนปล่อยเช่า
สรุป: ลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่าเลี้ยงสัตว์จาก SCOPE ที่สุดของการออกแบบเพื่อเจ้าของและสัตว์เลี้ยง
SCOPE Collection ขอแนะนำ 3 โครงการน่าลงทุนซื้อคอนโดปล่อยเช่าเลี้ยงสัตว์ได้ที่ออกแบบมาเพื่อเจ้าของและสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น SCOPE Thonglor ที่สุดแห่งความเป็นส่วนตัวกับ Penthouse Thonglor ติด BTS ทองหล่อในระยะ 0 เมตร SCOPE Langsuan ความหายากระดับ Rare Item บนทำเล CBD ที่ให้คุณเป็นเจ้าของ และ SCOPE Promsri คอนโด Low Rise ใจกลางสุขุมวิทที่เหมาะสำหรับปล่อยเช่ากลุ่มชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น
ภายใต้แนวคิด Well-Being Living และการออกแบบที่คำนึงถึง Pet Friendly ในทุก ๆ โครงการของ SCOPE บนทำเลใจกลางเมืองที่มีอัตราการเติบโตสูง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง พร้อมตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสปล่อยเช่าที่สามารถสร้างมูลค่าและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
